Register  |  Log in   
แบรนด์ 1,000 ปี ... สาธุ

แบรนด์ 1,000 ปี ... สาธุ

แบรนด์ 1,000 ปี ... สาธุ

ตัวอยู่ที่กาฐมาณฑุ แต่ดูเหมือนสมองยังวกวนอยู่กับโฆษณา โยงนักบวชชาวฮินดูเข้าเรื่อง Branding จนได้
ผมเคยถูกสอนมาแต่ไหนแต่ไรว่า Branding ที่เราสร้างให้กับสินค้าก็ไม่ได้ต่างอะไรกับที่คนเราสร้างให้ตัวเองหรือสร้างให้สังคมใดสังคมหนึ่ง เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง
ข้อสังเกตแรก ดูง่ายๆ จากแบรนด์ดังๆ เช่น Nike Apple BMW Rolex ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของแบรนด์เหล่านี้ คือ Identity(เอกลักษณ์) ที่ชัดเจน เมื่อเรานึกถึงแบรนด์เรามักจะนึกถึงสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้แบรนด์เหล่านั้นโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ
แล้วคุณก็ดูเอาเองนะครับ สาธุ (นักบวช) เหล่านี้มีเอกลักษณ์ชัดมั้ยล่ะครับ ลายสีต่างๆบนหน้า ผมทรง Deadlock ตามธรรมชาติที่ไม่เคยตัดเลยทั้งชีวิต แล้วยังมี sub brand (แบรนด์ย่อย) อีกนะครับ แตกออกเป็นนิกายย่อยๆ คนที่ทาหน้าเหมือนกันก็คือกลุ่มเดียวกัน เมื่อเทียบกับ Brand Identity ของสินค้าแล้ว เอกลักษณ์ของสาธุเป็นความชัดเจนที่นักโฆษณาน่าเอาเป็นตัวอย่าง อะไรทำให้ design เหล่านี้ดูไม่เชย และอยู่มาเป็นพันๆปี


ข้อสังเกตที่สอง คือแบรนด์จะอยู่รอดได้ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน เช่น Ferrari = รถเร็ว, Volvo = รถปลอดภัย, Land Rover = รถลุย ฯลฯ
พวกสาธุก็มีจุดยืนที่ชัดเจน คือพวกเขาเป็นนักบวชที่สละความสบายทางด้านวัตถุโดยสิ้นเชิง เพื่อแสวงหาความเจริญทางด้านจิตวิญญาณ บางคนถึงกับใส่แหวนไว้ที่อวัยวะเพศเพื่อไม่ให้มีอารมณ์ทางเพศอีกต่อไป จุดยืนเขาชัดดีมั้ยครับ (แล้วจุดนี้ก็อาจจะไม่แข็งอีกต่อไป)

อีกสิ่งหนึ่งที่แบรนด์ดังๆ จะมีเหมือนกันหมดคือ บุคลิกของแบรนด์ (Brand Personality) เช่น ไอศกรีม iberry, Haagen-dazs, Swensens ก็คงมีบุคลิกที่ต่างกันไป เรื่องบุคลิกสาธุเค้าคงชัดเจนอยู่แล้ว เช่น การสูบกัญชาทั้งวันทำให้เขามีบุคลิกที่ดูเคลิ้มๆ เงียบๆ ตาปลือๆ ไม่แอคทีฟ
นอกจากนี้สิ่งที่แบรนด์ขาดไม่ได้ คือการมี Brand Relationship หรือสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า สาธุเองก็เช่นกัน พวกเขาต้องทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่องด้วยการทำพิธีต่างๆ เช่น การแก้ผ้าอาบน้ำในแม่น้ำคงคา, การทรมานตัวเอง (นั่งกลางแดด), การสูบกัญชา และพิธีกรรมทางศาสนาอื่นๆอีกมากมาย

เราอาจจะคิดว่าที่นี่มีวัฒนธรรมที่แปลก แต่ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่แปลกกว่านี้อีกมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เวลาที่ถามผู้ชายไม่ว่าที่ไหน (นอกจากมุสลิม) ว่าที่นี่มีเมียได้กี่คน คำตอบเหมือนกันหมดครับ “ตามกฎแล้วมีได้คนเดียว” เป็นไปได้ไหมว่านี่คือ Worldwide Brand Personality ของผู้ชาย

ขอกลับมาที่เรื่องของ Branding อีกครั้งนะครับ สำหรับนักวิเคราะห์ Brand แล้วการสร้าง Brand มันคงมีรายละเอียดอีกมากมายหลายขั้นตอน แต่หลักๆมันก็อยู่แถวนี้แหละครับ การสร้างความแตกต่างให้กับ Brand เช่น Brand Identity, Brand Personality, Brand Relationship และประโยชน์ที่ consumer จะได้รับจาก Brand นี้
สำหรับแบรนด์ สาธุ นี้เค้ามีสิ่งที่ Brand อื่นใฝ่ฝันอยากจะมีคือมีสาวกมากมายนับล้านคนมาเป็นพันปี แสดงว่าคงมีอีกหลายเหตุผลในเชิงของ Branding ที่ทำให้เขาอยู่มาได้อย่างแข็งแรงและยาวนานขนาดนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความสม่ำเสมอของจุดยืนและ Identity ของพวกเขาที่ชัดเจนมาโดยตลอด

Authors

Recent Articles